คณะสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

The Faculty of Social Sciences


Issue: July - December 2021

ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2564)

Issue: January - June 2021

ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน 2564)

Issue: July - December 2020

ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2563)

Issue: January - June 2020

ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน 2563)


วารสารอาชญาวิทยาและสังคมศาสตร์ (RPCA Journal of Criminology and Social Sciences) ISSN Online: 2697-4991 ...
วารสารอาชญาวิทยาและสังคมศาสตร์ (RPCA Journal of Criminology and Social Sciences) ISSN Online: 2697-4991 ได้รับการประกาศผลการประเมินคุณภาพวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI Tier 3 (TCI ฐาน 3) ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ภาพันธ์ 2568 โดยวารสารจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมในการเผยแพร่ทุกครั้งที่มีการส่งบทความ จำนวนบทความละ 3,000 บาท สำหรับเป็นค่าตอบแทนในการประเมินคุณภาพบทความของผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งจะมีทั้งหมด 3 ท่าน

วัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสาร

วารสารอาชญาวิทยาและสังคมศาสตร์ เป็นวารสารของคณะสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการด้านอาชญาวิทยา กระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย และสังคมศาสตร์"

กำหนดการเผยแพร่
ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน
ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม

ประเภทของบทความที่ตีพิมพ์
1) บทความวิจัย (Research Article) เป็นบทความที่นำเสนอการค้นคว้าวิจัย เกี่ยวกับด้านอาชญาวิทยา กระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย จิตวิทยา มนุษยศาสตร์ พฤติกรรมศาสตร์ และด้านสังคมศาสตร์อื่นๆ
2) บทความวิชาการ (Academic Article) เป็นบทความวิเคราะห์ วิจารณ์หรือเสนอแนวคิดใหม่ด้านอาชญาวิทยา กระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย จิตวิทยา มนุษยศาสตร์ พฤติกรรมศาสตร์ และสังคมศาสตร์

การพิจารณาคัดเลือกบทความ
บทความแต่ละบทความจะถูกพิจารณาโดยคณะกรรมการกลั่นกรองบทความวารสาร (Peer Review) ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่านจากหลากหลายสถาบันการศึกษา โดยท่านมีความเชี่ยวชาญเฉพาะในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง และไม่มีความสัมพันธ์กับผู้เขียนบทความ ในขั้นตอนการตีพิมพ์นั้น ผู้เขียนจะต้องได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการ การพิจารณาบทความจะดำเนินการโดยใช้ระบบการประเมินแบบไม่เปิดเผยชื่อ (Double-blind Peer Review) ซึ่งทั้งผู้พิจารณาและผู้เขียนจะไม่ทราบชื่อกัน ในการประเมินคุณภาพบทความแต่ละชิ้นนั้น จะมีผู้ประเมินคุณภาพ (Reviewer) อย่างน้อย 3 ท่าน โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบปกปิดรายชื่อ (Double blinded peer-review) เพื่อส่งเสริมความเป็นกลางและความน่าเชื่อถือในกระบวนการพิจารณา
เงื่อนไขการตีพิมพ์

บทความที่ส่งมาตีพิมพ์ในวารสารต้องไม่เคยถูกตีพิมพ์หรือเผยแพร่ในสิ่งพิมพ์ทางวิชาการใดๆ มาก่อน หรือกำลังอยู่ในกระบวนการตีพิมพ์บทความในวารสารที่อื่นๆ และสำหรับบทความที่เป็นการนำเสนอข้อมูลการ วิจัยที่มีการทดลองกับคนหรือสัตว์จะต้องเป็นการวิจัยที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมสำหรับ การวิจัยในมนุษย์และผู้เขียนจะต้องส่งเอกสารอนุมัติรับรองการอนุญาตให้ทำการวิจัยให้กับกองบรรณาธิการ เพื่อเป็นหลักฐานด้วย การเสนอต้นฉบับบทความวิจัย (Research Article)
1. ชื่อเรื่อง (Title) ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
2. ชื่อผู้เขียนและสังกัด (Author) ประกอบด้วย ชื่อ นามสกุล ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยใช้ตัวเลข 1 , 2 , 3 ทำเชิงอรรถท้ายหน้า (Footnote) ระบุตำแหน่งทางวิชาการ ชื่อสถานที่ทำงานหน่วยงาน หรือสถาบัน ของผู้เขียนที่เป็นปัจจุบัน
3. บทคัดย่อ (Abstract) ให้มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 300 คำ เป็นเรียงความย่อ หน้าเดียวที่มีใจความครบถ้วนสมบูรณ์มีสาระโดยสังเขปประกอบด้วย วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการวิจัย (Research Methods) การวิเคราะห์และสรุปผล (Results and Conclusion)
4. คำสำคัญ (Keywords) ให้มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวน 3 – 5 คำ
5. บทนำ (Introduction) ข้อมูลและความสำคัญของงานวิจัย รวมทั้งวัตถุประสงค์ของงานวิจัยนั้น
6. การทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (Literature Reviews) และกรอบแนวคิดการวิจัย
7. วิธีดำเนินการวิจัย (Research Methods) กล่าวถึงการออกแบบกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวม ข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ โดยเรียบเรียงลำดับขั้นตอน
8. ผลการวิจัย (Results) รายงานและอธิบายผลที่สำคัญที่เป็นจริง มีตารางหรือภาพประกอบตามความ จำเป็นและเหมาะสม ซึ่งเนื้อหาส่วนนี้ควรมีสัดส่วนร้อยละ 50 ของบทความ
9. สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ นำประเด็นที่สำคัญของผลการศึกษา อภิบาย วิเคราะห์ ตามลำดับการเสนอว่าเหมือนหรือแตกต่างจากการศึกษาของผู้อื่นอย่างไร เป็นไปตามหลักการทฤษฎีอย่างไร โดยมีหลักฐานอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ รวมทั้งการนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้และข้อเสนอแนะ สัดส่วนร้อยละ 50 ของบทความ
10. การจัดทำเชิงอรรถและเอกสารอ้างอิง (References) รูปแบบการอ้างอิงในเนื้อเรื่องและท้ายเล่ม ใช้วิธีการอ้างอิงระบบนาม – ปีตามรูปแบบของ American Psychological Association (APA) การเขียน รายการอ้างอิงทั้งในเนื้อเรื่องและท้ายเล่ม
11. เนื้อหาบทความเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 หรือ ขนาดเทียบเท่า และให้มีหัวข้อได้ไม่เกิน 3 ลำดับ ได้แก่ลำดับแรก เช่น บทนำ ใช้ตัวอักษรขนาด 18 ตัวหนา ลำดับที่สอง ใช้ตัวอักษรขนาด 16 ตัวหนา และลำดับที่สามใช้ตัวอักษรขนาด 16 ตัวหนาและเอียง จำนวนคำ ในบทความ ไม่ควรเกิน 8,000 คำ
12. กรณีมีภาพ แผนภาพ และตาราง ควรมีเฉพาะที่จำเป็น และควรมีหมายเลขกำกับภาพตามลำดับ ภาพจะต้องชัดเจน แสดง เนื้อหาที่สำคัญของเรื่อง ภาพถ่ายควรเป็นภาพขาว - ดำ คำอธิบายภาพประกอบและ ตารางให้ใช้ข้อความกะทัดรัดชัดเจน ส่วนของต้นฉบับที่เป็นรูปภาพ แผนภาพ และตาราง ให้มีขนาดเหมาะสม ในรูปแบบ gray-scale มีระดับความเข้มที่เหมาะสม ตัวอักษรในภาพและตารางให้มีขนาดไม่น้อยกว่า 12 โดย ทุกภาพ แผนภาพ ตารางและสมการจะต้องมีชื่อกำกับ ได้แก่“ภาพที่ 1 ชิดขอบซ้ายด้านล่างของภาพ” , “แผนภาพที่ 1 ชิดขอบซ้ายด้านล่างของแผนภาพ” และ“ตารางที่ 1 ชิด ขอบซ้ายด้านบนของตาราง” รวมทั้ง แหล่งที่มา (ถ้ามี) ด้านล่างของภาพ แผนภาพ หรือตาราง


การเสนอต้นฉบับบทความวิชาการ (Academic Article)

1. ชื่อเรื่อง (Title) ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
2. ชื่อผู้เขียนและสังกัด (Author) ประกอบด้วยชื่อ นามสกุล ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยใช้ตัวเลข 1 , 2 , 3 ทำเชิงอรรถท้ายหน้า (Footnote) ระบุตำแหน่งทางวิชาการ ชื่อสถานที่ทำงานหน่วยงาน หรือสถาบัน ของผู้เขียนที่เป็นปัจจุบัน
3. บทคัดย่อ (Abstract) ให้มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 300 คำ เป็นเรียงความ ย่อหน้าเดียวที่มีใจความครบถ้วนสมบูรณ์ มีสำระโดยสังเขปประกอบด้วย วัตถุประสงค์ ความสำคัญของ บทความ และบทสรุป
4. คำสำคัญ (Keywords) ให้มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวน 3 – 5 คำ
5. บทนำ (Introduction) ให้ข้อมูลและประเด็นสำคัญทางวิชาการ รวมทั้งวัตถุประสงค์ของเรื่องนั้น
6. แกนหลักของเรื่อง อธิบายโดยผสมผสานกับข้อวิจารณ์ซึ่งประกอบด้วยประเด็นย่อยหรือหัวข้อย่อย และข้อเสนอแนะที่ก่อให้เกิดแนวคิดใหม่
7. สรุป (Conclusion)
8. การจัดทำเชิงอรรถและเอกสารอ้างอิง (References) รูปแบบการอ้างอิงในเนื้อเรื่องและท้ายเล่มใช้ วิธีการอ้างอิงระบบนาม – ปีตามรูปแบบของ American Psychological Association (APA) การเขียน รายการอ้างอิงทั้งในเนื้อเรื่องและท้าย
9. เนื้อหาบทความเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 หรือ ขนาดเทียบเท่า และให้มีหัวข้อได้ไม่เกิน 3 ลำดับ ได้แก่ลำดับแรก เช่น บทนำ ใช้ตัวอักษรขนาด 18 ตัวหนา ลำดับที่สอง ใช้ตัวอักษรขนาด 16 ตัวหนา และลำดับที่สามใช้ตัวอักษรขนาด 16 ตัวหนาและเอียง จำนวนคำ ในบทความ ไม่ควรเกิน 8,000 คำ
10. กรณีมีภาพ แผนภาพ และตาราง ควรมีเฉพาะที่จำเป็น และควรมีหมายเลขกำกับภาพตามลำดับ ภาพจะต้องชัดเจน แสดง เนื้อหาที่สำคัญของเรื่อง ภาพถ่ายควรเป็นภาพขาว - ดำ คำอธิบายภาพประกอบและ ตารางให้ใช้ข้อความกะทัดรัดชัดเจน ส่วนของต้นฉบับที่เป็นรูปภาพ แผนภาพ และตาราง ให้มีขนาดเหมาะสม ในรูปแบบ gray-scale มีระดับความเข้มที่เหมาะสม ตัวอักษรในภาพและตารางให้มีขนาดไม่น้อยกว่า 12 โดย ทุกภาพ แผนภาพ ตารางและสมการจะต้องมีชื่อกำกับ ได้แก่“ภาพที่ 1 ชิดขอบซ้ายด้านล่างของภาพ” , “แผนภาพที่ 1 ชิดขอบซ้ายด้านล่างของแผนภาพ” และ“ตารางที่ 1 ชิด ขอบซ้ายด้านบนของตาราง” รวมทั้ง แหล่งที่มา (ถ้ามี) ด้านล่างของภาพ แผนภาพ หรือตาราง


รูปแบบของการอ้างอิง

ทั้งบทความวิจัยและบทความวิชาการ ต้องมีกาจัดทำเชิงอรรถและเอกสารอ้างอิง (References) รูปแบบการอ้างอิงในเนื้อเรื่องและท้ายเล่มใช้ วิธีการอ้างอิงระบบนาม – ปีตามรูปแบบของ American Psychological Association 7 editon (APA) การเขียน รายการอ้างอิงทั้งในเนื้อเรื่องและท้าย
คำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์

เนื่องด้วยการเกิดขึ้นและพัฒนาการอย่างต่อเนื่องของเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์แบบสร้างสรรค์เนื้อหา (Generative AI) ได้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในหลายสาขาวิชา ทั้งในด้านกระบวนการวิจัยและการจัดทำบทความวิชาการ ดังนั้น ผู้นิพนธ์ที่ประสงค์จะส่งบทความเพื่อรับการพิจารณาตีพิมพ์ใน วารสารอาชญาวิทยาและสังคมศาสตร์ จะต้องปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้
1. การใช้เครื่องมือ AI ในกระบวนการวิจัยหากมีการนำ AI หรือเครื่องมือที่มี AI เป็นส่วนประกอบ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบงานวิจัยหรือระเบียบวิธีวิจัย ผู้นิพนธ์จะต้องอธิบายรายละเอียดดังกล่าวไว้อย่างชัดเจนในส่วน “ระเบียบวิธีวิจัย” (Methods) โดยต้องเขียนให้ผู้อื่นสามารถทำซ้ำได้ (Reproducible manner) ซึ่งรวมถึงการระบุวิธีการใช้งาน ชื่อโมเดลหรือเครื่องมือ หมายเลขเวอร์ชัน และชื่อผู้ผลิต
2. การอ้างอิง AI ในฐานะผู้แต่งหรือเครื่องมือ
ห้ามระบุชื่อ AI หรือเทคโนโลยีที่มี AI เป็นส่วนประกอบ เป็น “ผู้แต่ง” (Author) หรือ “ผู้แต่งร่วม” (Co-author) ของบทความ และห้ามอ้างอิง AI ในฐานะผู้แต่ง
เมื่อมีการอ้างอิง AI ในฐานะ “เครื่องมือ” ให้ผู้นิพนธ์ใช้รูปแบบการอ้างอิงซอฟต์แวร์ตามมาตรฐาน APA โดยต้องระบุรายละเอียดในส่วนระเบียบวิธีวิจัยว่ามีการใช้ AI อย่างไร เมื่อใด และในขอบเขตมากน้อยเพียงใด
การใช้เครื่องมือ Generative AI เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบการคัดลอกผลงาน (Plagiarism detection) และการจัดการบรรณานุกรม (Reference management) เป็นสิ่งที่อนุญาตให้ทำได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
3. การใช้เครื่องมือ Generative AI เพื่อการพิสูจน์อักษรและขัดเกลาภาษา
ในกระบวนการเขียนบทความ ผู้นิพนธ์สามารถใช้เครื่องมือ Generative AI เพื่อวัตถุประสงค์ในการ “ปรับปรุงภาษาและการพิสูจน์อักษร” (Language editing and proofreading) เท่านั้น ห้าม ใช้เพื่อการสร้างเนื้อหา (Generating content) โดยเด็ดขาด
หากมีการใช้เครื่องมือ Generative AI เพื่อการแก้ไขหรือพิสูจน์อักษร ผู้นิพนธ์จะต้องแจ้งให้ทราบในจดหมายนำส่ง (Cover letter) และ/หรือ แจ้งในกล่องข้อความถึงบรรณาธิการ รวมทั้งระบุไว้ในส่วน “กิตติกรรมประกาศ” (Acknowledgments) ของบทความ
ในกรณีที่มีการใช้แอปพลิเคชัน Generative AI เพื่อปรับปรุงความลื่นไหลหรือไวยากรณ์ของบทความ ผู้นิพนธ์จะต้องยินยอมที่จะแสดงบทความต้นฉบับ (Original version) เพื่อการตรวจสอบและเปรียบเทียบ หากได้รับการร้องขอจากบรรณาธิการวารสาร
ความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์ผู้นิพนธ์ถือเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในการรับรองความเป็นต้นฉบับ (Originality) และความถูกต้องสมบูรณ์ (Integrity) ของผลงาน หากตรวจสอบพบว่าบทความใดมีเนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้นโดยเครื่องมือ AI บทความนั้นจะถูก ปฏิเสธการตีพิมพ์ (Rejected) ทันที

อัตราค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์

วารสารอาชญาวิทยาและสังคมศาสตร์ กำหนดอัตราและเงื่อนไขการชำระค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ ดังนี้:
1. อัตราค่าธรรมเนียม 3,000 บาท ต่อบทความ
2. เงื่อนไขและขั้นตอนการชำระค่าธรรมเนียม
ระยะเวลาการชำระ ให้ชำระค่าธรรมเนียมหลังจากได้รับแจ้งผลการพิจารณากลั่นกรองบทความขั้นต้น (Preliminary check) จากกองบรรณาธิการเรียบร้อยแล้ว (โดยต้องดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมก่อนส่งบทความให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินคุณภาพ)
นโยบายการคืนเงิน วารสารขอสงวนสิทธิ์ ไม่คืนค่าธรรมเนียมในทุกกรณี (Non-refundable) ไม่ว่าบทความจะได้รับการตีพิมพ์หรือไม่ก็ตาม (เนื่องจากเป็นค่าดำเนินการในการบริหารจัดการและผู้ทรงคุณวุฒิ)"


ติดต่อ รศ.พ.ต.อ.ดร.ธีรวุฒิ นิลเพ็ชร์บรรณาธิการวารสารอาชญาวิทยาและสังคมศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
โทรศัพท์: 034 -311-109, 081 558 2547
Email: jcsjournal@rpca.ac.th
LINE ID: seksankk

ดาวน์โหลดเอกสาร
คู่มือสำหรับผู้เขียน... "ดาวน์โหลด"
Template บทความวิจัย "ดาวน์โหลด"
Template บทความวิชาการ "ดาวน์โหลด"
วารสารอาชญาวิทยาและสังคมศาสตร์ เป็นวารสารของคณะสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการด้านอาชญาวิทยา กระบวนการ
ยุติธรรม การบังคับใช้ กฎหมาย และสังคมศาสตร์ โดยบทความทุกบทความที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารเป็นบทความที่ได้ มาตรฐานและผ่านการกลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง และไม่มีส่วนได้ส่วน เสียกับผู้นิพนธ์ซึ่งในการประเมินคุณภาพบทความ (Peer Review) แต่ละบทความจะมีผู้ประเมินคุณภาพ (Reviewer) ในลักษณะปกปิดรายชื่อ (Double blind peer-reviewed) โดยบทบาทหน้าที่สำหรับบุคคลที่ เกี่ยวข้องในวารสาร ซึ่งประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ ผู้นิพนธ์ (Author) บรรณาธิการ (Editor) และผู้ประเมิน บทความ (Reviewer) จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในบทบาทและหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยมีรายละเอียด ดังนี้

บทบาทและหน้าที่ของผู้นิพนธ์ (Duties of Authors)
1. ผู้นิพนธ์ต้องได้รับความเห็นชอบในการส่งบทความจากผู้ร่วมนิพนธ์ (ถ้ามี)
2. ผู้นิพนธ์ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของต้นฉบับในทุกกรณี
3. ผู้นิพนธ์ที่มีชื่อปรากฏในบทความทุกคน ต้องเป็นผู้ที่มีส่วนในการดำเนินการวิจัยหรือเขียนบทความจริง
4. ผู้นิพนธ์ ต้องรับรองว่าผลงานที่ส่งมานั้นเป็นผลงานใหม่ และไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน
5. ผู้นิพนธ์ต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการทำวิจัย ไม่บิดเบือนข้อมูล หรือให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ
6. ผู้นิพนธ์ต้องตรวจสอบจนมั่นใจว่ารายละเอียดทุกส่วนในบทความวิจัยหรือบทความวิชาการที่จะตีพิมพ์ใน วารสารถูกต้องและต้องเป็นไปตามหลักจริยธรรมสากลที่ได้รับการยอมรับ
7. ผู้นิพนธ์ต้องยอมรับคำวิจารณ์ และสามารถชี้แจงตอบกลับได้โดยมีข้อมูลสนับสนุการวิจัยหรือเขียนบทความ อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
8. ผู้นิพนธ์ต้องอ้างอิงผลงานวิจัยของผู้อื่น หากมีการนำผลงานเหล่านั้นมาใช้ในผลงานของตัวเองจะต้องจัดทำ รายการอ้างอิงท้ายบทความตามรูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิงในคู่มือสำหรับผู้เขียนในการเตรียมบทความ ต้นฉบับ
9. ผู้นิพนธ์ต้องเขียนบทความวิจัยหรือบทความวิชาการให้ถูกต้องตามรูปแบบที่กำหนดในคู่มือสำหรับผู้เขียนใน การเตรียมบทความต้นฉบับ"

บทบาทและหน้าที่ของบรรณาธิการวารสาร (Duties of Editors)
1. บรรณาธิการวารสารมีหน้าที่พิจารณาคุณภาพของบทความ เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร
2. บรรณาธิการวารสารต้องดำเนินการทุกย่างเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของบทความที่ตีพิมพ์ เพื่อรับรองคุณภาพ ของงานวิจัยที่ตีพิมพ์ และตระหนักว่าวารสารมีวัตถุประสงค์และมาตรฐานที่ชัดเจน
3. บรรณาธิการวารสารต้องชี้แจง หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบประเมินบทความ (Peer review) อีกทั้งมีความพร้อมในการชี้แจงความเบี่ยงเบนต่าง ๆ จากกระบวนการตรวจสอบ
4. บรรณาธิการวารสารต้องดำเนินการเกี่ยวกับวารสารให้ได้ตามกำหนดการตีพิมพ์วารสารที่ระบุไว้
5. บรรณาธิการวารสารต้องตัดสินใจในการยอมรับหรือปฏิเสธบทความวิจัยหรือบทความวิชาการเพื่อการ ตีพิมพ์
6. บรรณาธิการวารสารต้องมีช่องทางให้ผู้นิพนธ์อุทธรณ์ได้หากผู้นิพนธ์มีความคิดเห็นแตกต่างจากการตัดสินใจ ของบรรณาธิการ
7. บรรณาธิการวารสารต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้นิพนธ์ และผู้ประเมินบทความแก่บุคคลอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ในช่วงระยะเวลาของการประเมินบทความ
8. บรรณาธิการวารสารต้องไม่ปฏิเสธการตีพิมพ์บทความเพราะความสงสัยหรือไม่แน่ใจ โดยจะต้องหา หลักฐานมาพิสูจน์ข้อสงสัยนั้น ๆ ก่อน
9. บรรณาธิการวารสารต้องไม่เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจในการตอบรับบทความที่ได้ปฏิเสธการตีพิมพ์ไปแล้ว
10. บรรณาธิการวารสารต้องพิจารณาตรวจสอบบทความในด้านการคัดลอกผลงานผู้อื่น
11. กรณีที่มีการปรับเปลี่ยนบรรณาธิการวารสาร ผู้ที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ต้องไม่กลับคำตัดสินใจเกี่ยวกับ บทความที่บรรณาธิการวารสารคนก่อนตอบปฏิเสธไปแล้ว ยกเว้นมีการพิสูจน์ได้อย่างเหมาะสมและชัดเจน
12. หากบรรณาธิการวารสารตรวจพบการคัดลอกผลงานของผู้อื่นในกระบวนการประเมินบทความ บรรณาธิการวารสารต้องหยุดกระบวนการประเมิน และติดต่อผู้นิพนธ์หลักทันทีเพื่อขอคำชี้แจง เพื่อ ประกอบการตอบรับ หรือ ปฏิเสธ การตีพิมพ์บทความนั้น ๆ
13. บรรณาธิการวารสารต้องไม่ตีพิมพ์บทความที่เคยตีพิมพ์ที่อื่นมาแล้ว
14. บรรณาธิการวารสารต้องมีระบบในการจัดการที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้นิพนธ์และผู้ประเมิน บทความรวมทั้งกองบรรณาธิการ
15. บรรณาธิการวารสารต้องสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และคงไว้ซึ่งความถูกต้องของผลงาน ทางวิชาการ อีกทั้งปกป้องมาตรฐานของทรัพย์สินทางปัญญา"

บทบาทและหน้าที่ของผู้ประเมินบทความ (Duties of Reviewers)
1. ผู้ประเมินบทความต้องได้รับระบบปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ประเมินบทความ ยกเว้นกรณีที่มีการประเมิน บทความแบบเปิด ซึ่งได้แจ้งให้ผู้นิพนธ์และผู้ประเมินบทความรับทราบล่วงหน้า
2. ผู้ประเมินบทความต้องได้รับระบบที่ทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่าบทความที่ส่งเข้ามาทำการประเมิน ได้รับการ ปกปิดความลับในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาประเมิน
3. ผู้ประเมินบทความ ต้องรักษาความลับและไม่เปิดเผยข้อมูลของบทความที่ส่งมาเพื่อพิจารณาแก่บุคคลอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ในช่วงระยะเวลาของการประเมินบทความ
4. หลังจากได้รับบทความจากบรรณาธิการวารสาร และผู้ประเมินบทความตระหนักว่าตัวเองอาจมี ผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้นิพนธ์ เช่น เป็นผู้ร่วมโครงการ หรือรู้จักผู้นิพนธ์เป็นการส่วนตัว หรือเหตุผลอื่น ๆ ที่ทำให้ไม่สามารถให้ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะอย่างอิสระได้ ผู้ประเมินบทความควรแจ้งให้บรรณาธิการ วารสารทราบ และปฏิเสธการประเมินบทความนั้น ๆ
5. ผู้ประเมินบทความต้องรับทราบคำแนะนำในทุกประเด็นที่บรรณาธิการวารสารคาดหวัง และต้องรับทราบ การปรับปรุงคำแนะนำที่ทันสมัยอยู่เสมอ ซึ่งสามารถอ้างอิง หรือเชื่อมโยงกับระเบียบดังกล่าว
6. ผู้ประเมินบทความ ควรประเมินบทความในสาขาวิชาที่ตนมีความเชี่ยวชาญ โดยพิจารณาความสำคัญของ เนื้อหาในบทความที่จะมีต่อสาขาวิชานั้น ๆ คุณภาพของการวิเคราะห์ และความเข้มข้นของผลงาน
7. ผู้ประเมินบทความไม่ควรใช้ความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่มีข้อมูลรองรับมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินบทความวิจัย หรือบทความวิชาการ
8. หากผู้ประเมินบทความทราบว่ามีส่วนใดของบทความที่มีความเหมือน หรือซ้ำซ้อนกับผลงานชิ้นอื่น ๆ ผู้ ประเมินบทความต้องแจ้งให้บรรณาธิการวารสารทราบด้วย" คู่มือจริยธรรมในการตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการ (Publication Ethics) ดาวน์โหดลเอกสาร
ดาวน์โหลดเอกสาร
*บรรณาธิการ*
รองศาสตราจารย์ พันตำรวจเอก ดร. ธีรวุฒิ นิลเพ็ชร์

*กองบรรณาธิการ/ผู้ทรงคุณวุฒิภายใน*
รองศาสตราจารย์ พันตำรวจเอก วรธัช วิชชุวาณิชย์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
รองศาสตราจารย์ พันตำรวจเอกหญิง ดร.กัญญ์ฐิตา ศรีภา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
รองศาสตราจารย์ พันตำรวจเอกหญิง ดร.ศิพร โกวิท โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

*กองบรรณาธิการ/ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก*
รองศาสตราจารย์ ร้อยตำรวจเอก ดร.จอมเดช ตรีเมฆ มหาวิทยาลัยรังสิต
รองศาสตราจารย์ ดร.อุนิษา เลิศโตมรสกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รองศาสตราจารย์ พันตำรวจเอก ดร.ประพนธ์ สหพัฒนา สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์
รองศาสตราจารย์ พันตำรวจตรี ดร.ชวนัสถ์ เจนการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันตำรวจเอก ดร.สฤษดิ์ สืบพงศ์ศิริ มหาวิทยาลัยรังสิต


โทรศัพท์: 034-311-109, 09 4495 9354
Email: jcsjournal@rpca.ac.th
LINE ID: seksankk